การเลือกซื้อตู้เย็นต้องพิจารณาอะไรบ้าง

Published on :

ตู้เย็นชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นตู้ที่ให้ความเย็น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ และมีกันเกือบทุกครัวเรือน ตู้เย็นมีประโยชน์ในการช่วยถนอมอาหารและช่วยให้เรารับประทานอาหารและเครื่องดื่มแบบเย็นๆ ได้ในทันที เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆ ในบ้านเรา สำหรับวิธีการเลือกเราควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. เลือกขนาดให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว หรือให้เหมาะกับอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการแช่ เพื่อให้มีขนาดช่องแช่ที่เพียงพอต่อความต้องการ ที่สำคัญตู้เย็นขนาดเล็กถ้าต้องแช่ของมากเกินไปจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักและกินกระแสไฟฟ้ามากด้วยเช่นกัน 2. ตั้งอุณหภูมิภายในตู้ให้เหมาะกับของที่ต้องการแช่ เพื่อให้อาหารและเครื่องดื่มได้รับความเย็นอย่างทั่วถึง 3. ถ้าต้องการประหยัดไฟแนะนำให้เลือกใช้ตู้เย็นแบบประตูเดียว เพราะจะกินไฟน้อยกว่าแบบ 2 ประตู 4. เลือกตู้เย็นที่มีสัญลักษณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 และมีสัญลักษณ์ มอก. เพราะจะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าตู้เย็นที่คุณเลือกมีการผลิตที่ได้มาตรฐาน 5. ต้องมีใบรับประกันสินค้า มีคู่มือแนะนำวิธีการใช้และรายละเอียดต่างๆ รวมทั้งต้องมีศูนย์บริการหลังการขายที่สามารถส่งซ่อมได้อย่างสะดวก ถ้าเครื่องเกิดมีปัญหา 6. เลือกซื้อตู้เย็นในแหล่งจำหน่ายสินค้าที่เชื่อถือได้ และควรเป็นยี่ห้อที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เมื่อเลือกตู้เย็นได้แล้วก็อย่าลืมดูในเรื่องของกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน รวมทั้งควรตั้งตู้เย็นไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เป็นวิธีช่วยประหยัดกระแสไฟฟ้าและยังช่วยให้ตู้เย็นมีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย

มาดูวิธีเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นกันดีกว่า

Published on :

เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอีกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านซื้อเตรียมไว้ใช้ในช่วงที่อุณหภูมิลดลง แต่หลายคนก็ใช้ตลอดทุกฤดู เพราะมีความเชื่อว่าการอาบน้ำอุ่นมีส่วนช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้นและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น แต่เครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่ใช่แค่ทำให้อุณหภูมิของน้ำอุ่นขึ้นเท่านั้น เพราะสามารถปรับอุณหภูมิให้ร้อนได้ตามความต้องการ สำหรับใครที่กำลังสนใจเลือกซื้อกันอยู่ เรามาดูวิธีในการเลือกซื้อกันดีกว่า 1. ควรเลือกซื้อเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นที่เป็นเครื่องใหม่หรือเครื่องมือหนึ่งเพียงเท่านั้น สำหรับเครื่องมือสองราคาจะถูกกว่า แต่เครื่องมักไม่ได้มาตรฐานรวมทั้งอุปกรณ์ภายในบางครั้งก็เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ เมื่อนำมาใช้งานอาจเกิดอันตรายได้ ซึ่งถ้านำมาซ่อมแซมอะไหล่บางตัวอาจไม่มีจำหน่าย หรือราคาค่าซ่อมแพงกว่าการซื้อเครื่องใหม่ 2. ในตัวเครื่องจะมีถังเก็บน้ำ ฉนวนหุ้ม รวมไปถึงระบบตัดไฟอัตโนมัติ ดังนั้นเราควรเลือกใช้สวิตซ์และส่วนประกอบอื่นของเครื่องทำน้ำอุ่นให้เป็นชนิดกันน้ำ 3. บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องควรผลิตมาจากพลาสติกคุณภาพดีและที่ฝาหลังต้องเป็นโลหะ เพราะถ้าเกิดปัญหาไฟฟ้ารั่วกระแสไฟจะไหลผ่านตัวน๊อตที่ยึดอยู่บริเวณฝาหลังไปที่ผนังปูน ก็จะช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ใช้งานได้ 4. อ่านรายละเอียดต่างๆ ในคู่มือการใช้งานให้เข้าใจ ถ้าสงสัยควรสอบถามจากพนักงานหรือช่างที่ทำการติดตั้ง 5. เครื่องทำน้ำอุ่นที่ซื้อมาต้องมีใบรับประกันคุณภาพ และเครื่องหมายรับรองคุณภาพหรือ มอก. 6. มีบริการหลังการขาย และมีศูนย์ที่สามารถส่งซ่อมได้สะดวกเมื่อเกิดปัญหา ซื้อมาแล้วก็อย่าลืมติดตั้งด้วยช่างที่ชำนาญ เพื่อให้คุณใช้เครื่องทำน้ำอุ่นได้อย่างปลอดภัย

วิธีการเลือกซื้อเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว

Published on :

เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วเป็นเครื่องที่ช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิดไฟฟ้าดูด เครื่องตัดไฟฟ้ารั่วจะทำการตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดการรั่วไหลผ่านร่างกายของคนเราลงดิน โดยส่วนใหญ่แล้วจะตัดเมื่อค่ากระแสไฟฟ้ารั่วไม่เกิน 30 mA และยังช่วยป้องกันการเกิดอัคคีภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว โดยเครื่องจะทำการตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดินที่ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสายไฟชำรุด รวมไปถึงในกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้าเกินในขณะที่ ฟิวส์ หรือเบรกเกอร์ไม่ทำงาน เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วก็จะทำการตัดไฟโดยทันที เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ 1. เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วประเภทที่ตัดกระแสลัดวงจรได้ สามารถตัดได้ทั้งไฟฟ้ารั่วและกระแสลัดวงจร 2. เครื่องตัดไฟฟ้ารั่วประเภทที่ไม่สามารถตัดกระแสลัดวงจรได้ ต้องทำงานร่วมกับฟิวส์หรือเครื่องตัดกระแสลัดวงจรในกรณีที่ต้องการให้ตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรด้วย การเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีเอกสารรับรอง ที่สำคัญต้องติดตั้งด้วยช่างที่มีความชำนาญโดยเฉพาะเท่านั้น เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วจึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าที่บ้านคุณหรือภายในอาคารสำนักงานมีเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด รวมไปถึงมีผู้พักอาศัยอยู่หลายคน การเลือกใช้เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากกระแสไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณมีงบประมาณพอและห่วงใยความปลอดภัยของคนในครอบครัวก็อย่าลืมติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

วิธีเลือกซื้อหลอดไฟ LED มาใช้ภายในบ้าน

Published on :

หลอดไฟ LED เป็นหลอดที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะนอกจากประหยัดไฟ ใช้งานได้ยาวนานแล้ว ยังให้แสงสว่างมากกว่าหลอดที่เราเคยใช้กันในอดีต เมื่อเป็นแบบนี้ถ้าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนหลอดไฟเก่าภายในบ้านมาเป็นหลอดไฟ LED มาดูก่อนดีกว่าว่าควรพิจารณาในเรื่องใดบ้าง 1. ก่อนอื่นต้องดูว่าซื้อติดตั้งใหม่เลยหรือซื้อไปเปลี่ยนหลอดไฟดวงเก่า ถ้าซื้อไปเปลี่ยนหลอดไฟเก่าต้องเลือกขั้วหลอดที่เหมือนกันจึงจะนำมาเปลี่ยนทดแทนกันได้ แต่ถ้าซื้อไปติดตั้งใหม่ก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ 2. สอบถามจากพนักงานขายหรือผู้รู้ว่าหลอดไฟ LED ที่เราเลือกซื้อมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอย่างไรบ้าง เป็นต้นว่า บางยี่ห้อเมื่อนำมาติดตั้งต้องเอาสตาร์ทเตอร์หรือบัลลาดออกก่อนจึงจะติดตั้งใช้งานได้ เป็นต้น 3. ถ้าซื้อมาทดแทนหลอดเก่ากำลังวัตต์ที่เลือกต้องไม่เกินกำลังวัตต์ของหลอดเก่า หรือคือไม่ควรเกิน 1/3 4. เลือกแสงสว่างให้เหมาะกับการใช้งานหรือลักษณะของห้อง ในปัจจุบันจะมีแสงอยู่สองแบบคือ แบบอวร์มไวท์ และแบบเดย์ไลท์ ซึ่งแสงแบบวอร์มไวท์จะให้แสงที่นวลตา ส่วนแสงเดย์ไลท์จะสว่างมาก 5. เลือกซื้อหลอดที่ได้มาตรฐานและมีสัญลักษณ์รับรองสินค้า เช่น มอก., ISO, EMC, CE, LVD, ROHS เป็นต้น 6. หลอดควรมีการรับประกันสินค้า เช่น ถ้าหลอดเสียสามารถเปลี่ยนได้ภายในกี่วัน เป็นต้น ใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED อย่าลืมเลือกซื้อกันดีๆ เพื่อให้คุณได้หลอด […]

มาดูวิธีการเลือกซื้อเครื่องซักผ้ากันเถอะ

Published on :

เครื่องซักผ้าที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในครัวเรือนจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ – แบบสองถังกึ่งอัตโนมัติ ราคาไม่แพง ซักผ้าได้สะอาดใช้เวลาในการซักไม่นาน ทำให้ช่วยประหยัดไฟไปด้วย ใช้น้ำไม่มากในการซักแต่ละครั้ง แต่ต้องเสียเวลายกผ้าไปมาระหว่างถัง เหมาะสำหรับคนที่มีงบไม่มาก – แบบถังเดียวฝาบนอัตโนมัติ ราคาปานกลาง ใช้เวลาซักไม่มาก ใช้ไฟฟ้าไม่มาก แต่ค่อนข้างเปลืองน้ำ เหมาะสำหรับคนที่สวมเสื้อผ้าไม่สกปรกมาก การซักจะสะดวกกว่าแบบแรกเพราะไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนถัง – แบบฝาหน้า ราคาแพงที่สุด ซักผ้าได้สะอาดสุด แถมยังมีระบบน้ำอุ่นช่วยให้ผงซักฟอกละลายได้ดีและขจัดคราบได้ดียิ่งขึ้นด้วย แต่จะใช้เวลาซักนานสุด ทำให้เปลืองไฟ ใช้น้ำน้อย และเหมาะกับผงซักฟอกแบบฟองน้อย หรือก็คือต้องซื้อแบบที่ใช้กับฝาหน้าโดยเฉพาะ การเลือกซื้อ 1. ดูที่งบประมาณ ถ้างบไม่มากให้เลือกแบบแรก ถ้ามีมากพอก็ให้เลือกแบบฝาหน้า 2. ดูปริมาณผ้าที่ต้องซักในแต่ละครั้งและสมาชิกในครอบครัว เลือกขนาดของเครื่องให้พอเหมาะ รวมทั้งดูชนิดของผ้าที่ต้องการจะซักเป็นประจำด้วยว่ามีขนาดใหญ่แค่ไหน หรือสกปรกมากน้อยเพียงใด 3. ควรมีบริการหลังการขาย มีใบรับประกันสินค้า และเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป 4. เปรียบเทียบราคาจากแหล่งจำหน่ายหลายๆ แห่ง เพราะบางครั้งราคาจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการจัดโปรโมชั่น เลือกให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อให้คุณได้เครื่องซักผ้าที่ซักผ้าได้สะอาดอย่างที่คุณต้องการ

เลือกซื้อแอร์อย่างไรดี

Published on :

อากาศในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นอากาศร้อน โดยเฉพาะในภาคกลางหรืออย่างในกรุงเทพฯ มหานคร ถึงจะหนาวก็แค่ไม่กี่องศาและมีระยะเวลาไม่นานมาก แต่อากาศร้อนจะค่อนข้างร้อนจัด ร้อนอบอ้าวกันเลยทีเดียว ทำให้แอร์คอนดิชั่นกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ค่อนข้างจำเป็นสำหรับในครัวเรือน ออฟฟิศสำนักงาน และร้านค้าต่างๆ กันไปแล้ว ซึ่งก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าแอร์ฯ จะกินไฟมากกว่าพัดลม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราต้องเสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน ดังนั้นถ้าใครไม่อยากเสียค่าไฟฟ้ามากจนเกินความจำเป็นเรามาเลือกแอร์ฯ ที่ใช้ให้เหมาะสมกันดีกว่า 1. เลือกขนาดของแอร์ฯ หรือ BTU ให้เหมาะกับพื้นที่ห้อง หลายคนอาจจะคิดว่าซื้อแค่เครื่องเล็กๆ ก็พอช่วยประหยัดเงินด้วย แต่ทราบกันไหมว่าถ้าเลือกเครื่องที่เล็กหรือมีกำลังวัตต์ไม่มากเมื่อเทียบกับพื้นที่ห้องแล้ว จะยิ่งทำให้แอร์ฯ ทำงานหนัก และส่งผลให้เปลืองไฟมากยิ่งขึ้น 2. เลือกแอร์ฯ ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เหมาะถือเป็นมาตรฐานการผลิตที่บ่งบอกว่าประหยัดไฟมากกว่าแอร์ฯ ทั่วไปที่ไม่ได้ติดฉลาก 3. เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักมีมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ ปัจจุบันในบ้านเรามีมากมายหลายยี่ห้อ 4. ถ้าต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายให้เลือกแบบที่มีฟังชั่นไม่มาก ซึ่งในปัจจุบันมักจะจัดให้มีฟังชั่นหลากหลาย เพื่อแข่งขันกันในเรื่องของราคา แต่บางครั้งฟังชั่นบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้ หรือก็คือเกินความจำเป็น เพียงเลือกตามวิธีข้างต้นก็ช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายและค่ากระแสไฟฟ้าในแต่ละเดือนกันได้แล้ว

เลือกชั้นวางของติดผนังช่วยประหยัดพื้นที่ภายในบ้าน

Published on :

ถ้าบ้านคุณมีพื้นที่ไม่กว้างมากการเลือกชั้นวางของติดผนังก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ภายในบ้านได้ดี และของก็ยังมีที่เก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่บางบ้านถึงจะมีพื้นที่กว้างก็ยังเลือกใช้ชั้นวางของติดผนัง เพราะสามารถช่วยเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กลับบ้านได้อย่างลงตัว และก็ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการเก็บของที่ต้องการหยิบใช้ให้ง่ายขึ้นอีกด้วย ที่นี่มาดูวิธีการเลือกกันดีกว่าว่าควรเลือกยังไงดี 1. เลือกจากพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งว่ามีความกว้างประมาณไหน รวมไปถึงสิ่งของที่คุณต้องการนำมาวาง จะเป็นตัวกำหนดว่าชั้นวางของควรมีกี่ชั้น หรือมีขนาดกว้างเท่าไร 2. สีสัน ถ้าจะให้สวยและโดดเด่นให้เลือกที่มีสีสันตัดกันกลับผนังบ้าน หรือตัดกลับเฟอร์นิเจอร์ที่ตั้งภายในห้อง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ห้องของคุณดูสวยสะดุดตาและมีลูกเล่นดูเป็นมิติเพิ่มมากยิ่งขึ้น 3. เลือกวัสดุที่ใช้ในการผลิต สำหรับชั้นวางของติดผนังส่วนใหญ่จะนิยมติดไว้หลายห้องไม่ว่าจะเป็น ในห้องรับแขก, ห้องนั่งเล่น, ห้องหนังสือ, ห้องครัว, ห้องนอน และ ในห้องน้ำ ดังนั้นวัสดุที่ใช้จะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของความคงทน 4. ดีไซด์ของชั้นวางของอันนี้สามารถเลือกได้ตามความชอบของเจ้าของบ้านกันได้เลย ชั้นวางของติดผนังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยให้บ้านของคุณดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้นและยังช่วยให้ดูสวยงามลงตัว จัดเป็นของตกแต่งอีกอย่างที่ควรใส่ใจในการเลือก

พัดลมไอเย็นทางเลือกช่วยดับร้อน

Published on :

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาพูดถึงพัดลม เราก็จะนึกถึงพัดลมที่เสียบปลั๊กมีใบพัดหมุนๆ คอยให้ความเย็น แต่ถ้าร้อนมากๆ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไอร้อนได้เช่นกัน ทำให้เดี๋ยวนี้มีการคิดค้นพัดลมแบบใหม่ๆ ขึ้นมาแทนพัดลมแบบเดิม อย่างเช่นพัดลมไอเย็นเป็นพัดลมที่ใช้ไฟฟ้าพัดเป็นไอเย็นออกมา ถ้าเทียบกับแอร์คอนดิชั่นแล้วจะกินไฟน้อยกว่า และมีราคาถูกกว่า จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับอากาศร้อนๆ ในบ้านเรา สำหรับวิธีการเลือกซื้อนั่น ควรดูจากอะไรบ้างใครอยากรู้ตามมาอ่านต่อกันดีกว่า 1. พัดลมไอเย็นจะมีระบบทำงานด้วย Evaporative Cooling Systems เป็นการดึงความร้อนจากอากาศภายในห้องผ่านแผ่นทำความเย็น เพื่อให้เกิดเป็นไอระเหยและกลายเป็นไอเย็นส่งออกมา ช่วยให้อุณหภูมิในห้องลดลง การเลือกซื้อควรคำนึงถึงมาตรฐานการผลิต หรือก็คือควรเลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และเชื่อถือได้ 2. มีบริการหลังการขาย มีพนักงานให้คำแนะนำวิธีการใช้ และควรมีศูนย์บริการในการส่งซ่อมเมื่อเครื่องเกิดมีปัญหา 3. เลือกขนาดให้พอเหมาะหรือเหมาะสมกับพื้นที่ห้อง เพราะถ้าห้องเรากว้างพัดลมมีขนาดเล็กอาจจะให้ความเย็นไม่พอ หรือบางครั้งอาจจะต้องใช้มากกว่า 1 ตัว เป็นต้น สำหรับเรื่องนี้ถ้าไม่แน่ใจควรสอบถามจากพนักงานขาย 4. อ่านคู่มือต่างๆ อย่างละเอียดและทำความเข้าใจ ถ้ายังสงสัยควรสอบถามจากพนักงานก่อนทำการเลือกซื้อ ที่สำคัญเมื่อเลือกซื้อมาแล้วควรใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณได้ไอเย็นอย่างที่ต้องการ และการใช้ที่ถูกวิธียังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อีกด้วย

วิธีเลือกซื้อพัดลมไอน้ำ ทางเลือกดับร้อน

Published on :

อากาศในบ้านเราคงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าค่อนข้างร้อนถึงร้อนจัด โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูหนาวอากาศก็จะหนาวเพียงไม่กี่วัน ที่สำคัญตอนกลางวันอากาศบางวันก็กลับร้อนเหมือนฤดูร้อนกันเลยทีเดียว หลายคนอาจจะเลือกติดแอร์คอนดิชั่น เพราะช่วยปรับอากาศให้เย็นได้ตามความต้องการ ซึ่งถ้าเรามีงบประมาณไม่มากการเลือกใช้พัดลมก็เป็นทางเลือกที่ดี พัดลมในปัจจุบันได้มีการพัฒนาขึ้นไปมาก พัดลมธรรมดาทั่วไปช่วงอากาศร้อนๆ แทนที่จะพัดให้เย็นกับดูดความร้อนทำให้เมื่อสัมผัสร่างกายอุณหภูมิสูงขึ้นไปกว่าเดิมได้อีก แต่เดี๋ยวนี้เรามีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นอย่างการเลือกใช้พัดลมไอน้ำก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับวิธีการเลือกใช้นั้นคุณสามารถทำได้ดังนี้ 1. พัดลมไอน้ำจะเหมาะกับห้องที่โล่งกว้าง หรือกลางแจ้ง ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพราะไอน้ำที่ออกมาอาจจะทำให้เกิดความอับชื้นได้ ถ้าสถานที่ที่ต้องการใช้มีลักษณะดังกล่าว คุณก็เลือกซื้อพัดลมไอน้ำกันได้เลย 2. เลือกซื้อยี่ห้อที่เชื่อถือได้ และมีบริการหลังการขายพร้อมใบรับประกันสินค้า นอกจากนี้ควรมีรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะวิธีการใช้ 3. เลือกขนาดของพัดลมให้เหมาะกับพื้นที่ในการใช้งาน อย่างเช่นถ้าพื้นที่กว้างควรเลือกใช้พัดลมที่มีขนาดใหญ่ ถ้าเลือกใช้ตัวเล็กอาจจะให้ความเย็นได้ไม่ทั่วถึง หลังการใช้ไปสักระยะควรหมั่นทำความสะอาด และถ้าเกิดชำรุดควรส่งซ่อมทันที เพื่อให้คุณใช้พัดลมไอน้ำได้อย่างปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนาน

เลือกซื้อ UPS ควรพิจารณาอะไรบ้าง

Published on :

ปัจจุบัน UPS ในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ให้เราเลือกซื้อ และยังมีทั้งที่ผลิตภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ที่สำคัญยังมีการผลิตรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้เรามีทางในการเลือกซื้อมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความยุ่งยากในการตัดสินใจด้วยเช่นเดียวกัน เพราะ UPS แต่ละยี่ห้อจะมีคุณสมบัติต่างๆ ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขนาด (VA) หรือ ระยะเวลาในการสำรองไฟ (Backup Time) รวมไปถึงในเรื่องของราคา ดังนั้นเรามาดูกันต่อดีกว่าว่าเราควรพิจารณาจากอะไรกันบ้าง 1. ต้องการใช้เครื่อง UPS กับอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทใด และมีความสำคัญแค่ไหน 2. กระแสไฟฟ้าในสถานที่ที่เราจะใช้ UPS มีลักษณะเป็นอย่างไร สม่ำเสมอหรือแปรปรวนบ่อย 3. ขนาดกำลังไฟฟ้า (VA) ของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะใช้กับเครื่อง UPS เป็นเท่าไร 4. ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้ากี่ชนิดต่อ UPS ถ้าหลายชนิดและติดตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ควรเลือก UPS ที่มีขนาดใหญ่และมีกำลังไฟฟ้ามากพอ แต่ถ้าติดตั้งอยู่ไกลกันให้เลือกใช้เป็นแบบขนาดเล็กแล้วติดตั้งแบบ 1 ต่อ 1 […]