ชั้นวางทีวีเลือกอย่างไรให้สวยลงตัว

Published on :

อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่มีกันเกือบทุกบ้านเช่นกัน แต่บางบ้านอาจจะใช้เป็นตู้วางทีวีสองแบบนี้จะแตกต่างกันตรงที่ถ้าเป็นชั้น จะมีประมาณ 2-3 ชั้น เป็นแบบเปิดโล่ง ชั้นบนสำหรับวางทีวี แต่ชั้นล่างก็มักจะนิยมวางของเล็กๆ น้อยกระจุกกระจิก หรือไม่ก็เป็นประเภทหนังสือ แต่ถ้าเป็นแบบตู้จะมีประตูปิดที่บริเวณด้านล่าง อาจจะเป็นประตูบานทึบหรือประตูกระจกก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้งาน ที่นี่เรามาดูวิธีการเลือกกันดีกว่าว่าควรพิจารณาจากอะไรกันบ้าง 1. ขนาดของตู้ควรมีฐานสำหรับวางที่ใหญ่กว่าจอทีวีเล็กน้อย เพื่อให้ทีวีวางได้อย่างมั่นคงไม่หมิ่นเหม่เหมือนจะหล่นได้ง่าย เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญอย่ามองข้ามกันอย่างเด็ดขาด 2. ควรมีความแข็งแรงพอสมควร หรือตั้งได้อย่างมั่นคงไม่โอนเอียง และที่สำคัญถ้าเป็นทีวีรุ่นเก่าๆ ที่ค่อนข้างหนักควรเลือกชั้นวางทีวีที่ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน แต่ถ้าเป็นทีวีรุ่นใหม่ๆ จะมีน้ำหนักเบากว่า สามารถเลือกได้ตามความชอบ 3. รูปแบบและสีสันควรเลือกให้เข้ากับกลับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ภายในห้องกันด้วย เพื่อความสวยงามกลมกลืน 4. นอกจากทีวีแล้วบางครั้งเราจะวางอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ร่วมกับทีวีกันด้วย เช่น เครื่องเล่นวีดีโอ เครื่องเล่นซีดี เครื่องเสียง และลำโพง เป็นต้น ดังนั้นถ้าใครจะวางอะไรหลายอย่างก็อย่าลืมเลือกแบบที่สามารถจัดเก็บอุปกรณ์อย่างอื่นไว้ในที่เดียวกันได้ ปัจจุบันมีรูปแบบชั้นวางทีวีออกมาให้เลือกอย่างมากมาย ก็อย่าลืมดูในเรื่องของงบประมาณกันด้วย ซื้อที่มีราคาพอประมาณแต่แข็งแรงทนทาน จะได้ไว้ใช้งานกันไปนานๆ

เลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นยังไงดี

Published on :

ถ้าเป็นในยุคก่อนๆ การทำความสะอาดบ้านหรือกำจัดฝุ่นเราก็มักจะนึกถึงไม้กวาด เพื่อใช้ในการกวาดเศษฝุ่นและผงต่างๆ ออกไป ซึ่งค่อนข้างจะเสียเวลาและบางครั้งก็กวาดฝุ่นออกไปได้ไม่หมดที่สำคัญยังทำให้ฟุ้งกระจ่ายกันอีกด้วย แต่ในปัจจุบันถ้าพูดถึงการกำจัดฝุ่นเราคงนึกถึงเครื่องดูดฝุ่นกันมากกว่า เพราะมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าและยังช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดได้อีกด้วย เมื่อเป็นแบบนี้แล้วถ้าใครกำลังจะเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาดูกันดีกว่าว่าเราควรจะเลือกซื้ออย่างไรดี 1. เลือกที่มีกำลังวัตต์สูงๆ หน่อย เพราะจะมีแรงดูดได้ดีกว่าเครื่องที่มีแรงวัตต์ต่ำ และการเลือกต้องดูสถานที่ที่เราต้องการจะดูดฝุ่นด้วย เช่น ถ้าต้องการใช้ดูดพรมควรเลือกแบบที่สามารถปรับแรงในการดูดได้ เป็นต้น 2. สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เพราะรับรองได้เลยว่าถ้าต้องดูดฝุ่นภายในเครื่องก็ต้องมีฝุ่นและสิ่งสกปรกอย่างแน่นอน ถ้าทำความสะอาดยากก็คงไม่ดีแน่ 3. มีวิธีการใช้ง่ายไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อน และเสียงของเครื่องควรเงียบแต่ถ้ามีเสียงก็ไม่ควรดังจนเกินไป 4. เลือกแบบที่มีล้อลากจะสะดวกในการเดินไปตามส่วนต่างๆ และควรเลือกด้ามจับให้มีขนาดความยาวพอเหมาะกับผู้ใช้งานด้วย คุณจะได้ไม่ต้องก้มตัวมากเกินไปในขณะทำความสะอาด 5. มีใบรับประกันสินค้า และมีบริการหลังการขาย ก่อนการเลือกซื้อควรดูการสาธิตด้วย เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการใช้และประสิทธิภาพของเครื่องที่ต้องการเลือกซื้อมากยิ่งขึ้น

วิธีเลือกซื้อปั้มน้ำสำหรับใช้ในครัวเรือน

Published on :

วิธีเลือกซื้อปั้มน้ำสำหรับใช้ในครัวเรือน ปั้มน้ำเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับช่วยดึงน้ำไว้ใช้ภายในบ้าน เพื่อให้น้ำประปาไหลงสม่ำเสมอแม้ในวันหรือช่วงเวลาที่น้ำไหลอ่อน ซึ่งปั้มที่นิยมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นปั้มแบบอัตโนมัติ เหตุผลที่ควรเลือกใช้ปั้มแบบนี้ภายในครัวเรือนก็เพราะว่า ทันที่ที่เราเปิดน้ำปั้มจะทำงานดึงน้ำทันที พอหยุดใช้ปั้มก็จะหยุดทำงานทันที สำหรับวิธีการเลือกจะมีดังนี้ 1. ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับครัวเรือน โดยพิจารณาจากจำนวนการใช้งานของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดตั้งแต่ 100-400 วัตต์ สำหรับขนาด 100 – 150 วัตต์ จะเหมาะกับบ้านพักที่มีผู้อยู่อาศัยไม่มากหรือมีสมาชิกตั้งแต่ 2-3 คนขึ้นไป แต่ถ้าภายในบ้านมีสมาชิกอาศัยอยู่หลายคนก็ควรเพิ่มกำลังวัตต์ของปั้มน้ำตามสมาชิกไปด้วย เพราะถ้าสมาชิกหลายคนใช้ปั้มที่มีกำลังวัตต์น้อย จังหวะใช้น้ำพร้อมกันจะส่งผลให้ปั้มน้ำทำงานเกินกำลังจนอาจเกิดเครื่องร้อนและเป็นสาเหตุทำให้วงจรภายในเกิดไหม้และเสียหายได้ 2. ปั้มน้ำแต่ละยี่ห้อในปัจจุบันมีมาตรฐานในการผลิตและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้แตกต่างกัน ดังนั้นถ้ามีงบประมาณมากพอให้เลือกใช้ยี่ห้อที่มีการผลิตที่ได้มาตรฐานมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ถึงจะมีราคาสูงแต่ก็ช่วยให้คุณใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัยยิ่งขึ้นเช่นกัน นอกการเลือกซื้อปั้มน้ำที่ได้มาตรฐานแล้ว ก็ควรทำการติดตั้งโดยช่างที่ชำนาญ เพื่อให้บ้านของคุณติดตั้งปั้มน้ำได้ถูกต้อง สามารถใช้น้ำได้ตามต้องการ และปลอดภัยในการใช้งาน

วิธีเลือกหม้อหุงข้าวให้เหมาะกับครอบครัว

Published on :

ในชีวิตประจำวันคนเราต้องกินข้าววันละ 3 มื้อ ทำให้เกือบทุกครอบครัวต้องหุงข้าวกันเป็นประจำทุกวัน บางครอบครัวอาจจะแตกต่างไปบ้างคือทานข้าวนอกบ้าน แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะมีหม้อหุงข้าวติดบ้านไว้ เพื่อวันไหนอยากทำกับข้าวทานกันเองในครอบครัว ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนยุคคุณตาคุณยายอาจจะใช้วิธีการหุงข้าวด้วยเตาถ่าน แต่ปัจจุบันนี้เราเปลี่ยนมาใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้ากันเสียส่วนใหญ่ ซึ่งวิธีการเลือกซื้อก็ไม่ยาก โดยคุณสามารถพิจารณาในเรื่องต่างๆ ได้ดังนี้ 1. เลือกขนาดของหม้อข้าวจากสมาชิกภายในครอบครัว ถ้าเป็นครอบครัวขนาดเล็กอยู่กันเพียงไม่กี่คนเลือกแบบ 1-2 ลิตร ก็พอเพียงแล้ว เพราะนอกจากหุงข้าวสุกไวยังช่วยประหยัดไฟอีกด้วย แต่ถ้าคุณเป็นครอบครัวใหญ่ก็ควรเลือกหม้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหุงกันหลายรอบ 2. เลือกจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตหม้อ อย่างเช่นด้านในควรเคลือบด้วยเทฟล่อน เพราะจะช่วยไม่ให้ข้าวไหม้หรือติดก้นหม้อ 3. ระบบการทำงาน ต้องดูว่าเราต้องการฟังชั่นอะไรบ้าง เช่น ระบบอุ่น หรือทำอาหารได้ไม่ว่าจะเป็น อบ ตุ๋น นึ่ง ต้ม บางยี่ห้อยังสามารถนำมาอบขนมกันได้อีก แต่ฟังชั่นยิ่งเยอะราคาก็จะสูงตามไปด้วย 4. บริการหลังการขาย และใบรับประกันสินค้า เป็นสิ่งที่ต้องห้ามลืมอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทใดก็ตาม นอกจากนี้ก็อย่าลืมดูวิธีการใช้และใช้ให้ถูกวิธีกันด้วย เพื่อให้หม้อหุงข้าวของคุณสามารถหุงข้าวได้สวย หอม อร่อย อย่างที่คุณต้องการ

วิธีเลือกตู้โชว์ให้สวยและลงตัว

Published on :

สำหรับตู้โชว์ส่วนใหญ่มักจะเลือกเป็นตู้ที่มีบานเปิดเป็นกระจก เพื่อได้โชว์ให้เห็นสิ่งของที่วางอยู่ด้านใน ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันทั่วไปก็มักจะนิยมวางเป็นเจกันดอกไม้ ตุ๊กตาเซรามิก ถ้วย ชาม แก้ว โถ หรือของสะสมต่างๆ และตู้โชว์ก็มักจะถูกตั้งไว้ภายในห้องรับแขก จัดเป็นของประดับชิ้นหนึ่งที่ทำให้ห้องรับแขกของคุณดูสวยและดูดีได้ สำหรับวิธีการเลือกให้คุณคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ 1. ขนาดของตู้ให้ดูที่เนื้อที่บ้าน และของที่ต้องการนำไปตั้งโชว์ว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้ามีมากพื้นที่แคบก็อาจจะเลือกเป็นตู้ทรงสูงมีขนาดกว้างไม่มาก เพื่อช่วยประหยัดเนื้อที่ภายในห้อง แต่ถ้าห้องมีเพดานไม่สูงมากก็อาจจะเลือกเป็นแบบตู้เตี้ย เพื่อให้สามารถเก็บของได้เยอะขึ้น 2. รูปแบบ อันนี้ถ้าจะให้เหมาะควรพิจารณาการตกแต่งภายในห้อง หรือสิ่งของที่เราต้องการนำไปโชว์ในตู้ อย่างเช่น ถ้าเป็นของพวก ถ้วย โถ ชาม แก้ว เครื่องลายคราม หรือของเก่าแก่ ก็มักจะนิยมเลือกใช้เป็นตู้ไม้ เพราะจะดูเข้ากันได้ดี และตู้ไม้ยังสามารถวางให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นได้อย่างลงตัว แต่ถ้าต้องการไว้ของสะสม หนังสือ ก็อาจจะเลือกเป็นตู้ที่ผลิตจากวัสดุอื่นและมีสีสันสะดุดตา 3. พิจารณาจากสิ่งของที่ต้องการจะเก็บว่ามีน้ำหนักมากหรือน้อยเพียงใด ถ้าหนักมากก็ควรเลือกซื้อตู้ที่มีความแข็งแรงคงทน ตู้โชว์จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งที่มีกันเกือบทุกบ้าน และที่สำคัญส่วนใหญ่จะซื้อแล้วจะอยู่ด้วยกันไปอีกนาน ดังนั้นอย่าลืมพิจาณาเลือกซื้อให้ถูกใจ

วิธีเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ

Published on :

สำหรับคอกาแฟหรือผู้ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟนั่น การที่จะชงกาแฟให้อร่อยอันดับแรกก็คือเราต้องเลือกยี่ห้อกาแฟที่ดีมีคุณภาพ และต้องรู้วิธีการชง ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้คอกาแฟทั้งหลายหันมาเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟกันมากขึ้น แต่จะเลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและได้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่นั้น วันนี้เรามีวิธีมาฝาก 1. เลือกซื้อเครื่องชงกาแฟที่มีมาตรฐานในการผลิต เป็นยี่ห้อที่รู้จักกันทั่วไป 2. มีบริการหลังการขาย เช่น มีใบรับประกันสินค้า เมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์เองหรือวิธีการใช้ต้องมีเจ้าหน้าที่ยินดีให้คำปรึกษาและมีบริการรับซ่อมที่ติดต่อได้สะดวก 3. รูปแบบและขนาดของเครื่อง ควรเลือกให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกที่ใช้ 4. ปัจจุบันการซื้อเครื่องชงกาแฟจะมาพร้อมกับการสาธิตวิธีการใช้รวมไปถึงสอนวิธีการชงกาแฟแบบต่างๆ โดยเฉพาะถ้าใครกำลังคิดจะเปิดร้านกาแฟกันอยู่แล้วล่ะก็ ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีฟังชั่นการทำงานได้หลากหลาย เพราะคุณต้องชงได้หลายรูปแบบเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้า 5. ก่อนการเลือกซื้อควรดูราคาจากหลายๆ แหล่งที่จำหน่ายเครื่องยี่ห้อที่สนใจ เพื่อเปรียบเทียบราคา เพราะบางครั้งจะมีราคาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการจัดโปรโมชั่นให้ส่วนลดเป็นการเพิ่มยอดขายและดึงดูดผู้ซื้อ คราวนี้คอกาแฟทั้งหลายที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟสักเครื่องก็อย่าลืมเลือกซื้อตามวิธีด้านบน เพื่อให้คุณได้เครื่องชงกาแฟที่มีฟังชั่นการใช้งานในแบบที่คุณต้องการ และคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่ต้องเสียไป

วิธีเลือกซื้อเตารีดไฟฟ้าใช้งาน

Published on :

เตารีดไฟฟ้าจัดเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นและมีใช้กันเกือบทุกครัวเรือน เตารีดใช้สำหรับรีดผ้าเพื่อช่วยให้เสื้อผ้าที่เราสวมใส่เรียบไม่ยับยู่ยี่อยู่ทรง สำหรับวิธีการเลือกใช้จริงๆ ก็ไม่ยาก ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้ เตารีดไฟฟ้าในปัจจุบันมีอยู่ด้วย 3 แบบ ได้แก่ – แบบธรรมดา ไม่มีฟังชั่นอะไรมาก มีปุ่มหรือตัวหมุนสำหรับปรับอุณหภูมิความร้อน ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับแบบอื่น – แบบไอน้ำ มีราคาสูงขึ้นมาเล็กน้อย เตารีดแบบนี้จะประหยัดเวลาไม่ต้องเสียเวลาพรมน้ำในขณะรีดเสื้อผ้า และได้ผ้าที่เรียบง่ายกว่าแบบธรรมดา – แบบกดทับ มีราคาค่อนข้างแพงแพง เหมาะกับร้านซักรีดหรือบ้านที่มีสมาชิกอยู่หลายคนต้องรีดผ้าเป็นจำนวนมากๆ วิธีเลือกซื้อเตารีดไฟฟ้า 1. เลือกประเภทและขนาดให้เหมาะกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวหรือปริมาณผ้าที่ต้องรีด ถ้าผ้ามีจำนวนไม่มากการเลือกเตารีดขนาดเล็กหรือแบบธรรมดาที่ใช้กระแสไฟฟ้าไม่มากจะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องรีดผ้าเป็นจำนวนมากควรใช้ขนาดใหญ่จะใช้ประหยัดเวลาในการรีด ซึ่งเมื่อเทียบกับค่ากระแสไฟฟ้าจะไม่แตกต่างกันมาก 2. ถ้าต้องประหยัดและความสะดวกในเวลารีด หรือไม่ต้องเสียเวลาพรมน้ำให้เลือกใช้เป็นเตารีดไอน้ำ 3. ถ้าต้องรีดผ้าเป็นจำนวนมากหรือเป็นร้านซักรีดและมีเงินทุนมากพอ แนะนำให้เลือกเตารีดไฟฟ้าแบบกดทับ จะช่วยให้คุณรีดผ้าได้มากและประหยัดเวลา เมื่อเทียบกับค่ากระแสไฟก็ใกล้เคียงกับการเลือกใช้เตารีดแบบอื่น เลือกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาจะได้ผ้าเรียบอย่างที่คุณต้องการ

วิธีเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Published on :

เกือบทุกบ้านจะต้องมีห้องรับแขก หรือถ้าไม่มีก็มักจะมีเก้าอี้ไว้สำหรับรับแขก หลายคนอาจจะเลือกซื้อตามความชอบ แต่จริงๆ แล้วถ้าอยากให้ดูสวยลงตัวเราควรพิจาณาในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากความสวยเพียงอย่างเดียว สำหรับวิธีการเลือกซื้อจริงๆ ก็ไม่ยาก โดยคุณอาจจะพิจารณาเรื่องต่างๆ เหล่านี้ร่วมด้วย ยกตัวอย่างเช่น 1. ความกว้างหรือขนาดของห้อง เพราะจะมีผลในการตัดสินใจเลือกซื้อขนาดของชุดรับแขก ถ้าเป็นห้องแคบควรเลือกซื้อเป็นชุดเก้าอี้เพียงไม่กี่ตัวหรือจะเลือกเป็นโซฟายาวเดี่ยวๆ ตัวเดียวก็ยังได้ แต่ถ้าบ้านของคุณมีห้องกว้างพอก็เลือกขนาดตามความต้องการกันได้เลย 2. สีสัน ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจาณาถ้าจะให้ดูกลมกลืนก็ควรเลือกชุดรับแขกที่เป็นโทนสีเดียวกับผนังห้องหรือผ้าม่านภายในห้อง แต่ถ้าต้องการให้ดูเข้าแซตกันทั้งห้องก็ให้พิจาณาจากเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นภายในห้องรับแขก หรือใครจะเลือกให้มีสีสันตัดกันก็เป็นการออกแบบที่ดูสวยมีสีสันแปลกตาดูไม่น่าเบื่อได้เช่นกัน 3. รูปแบบของชุดรับแขก อันนี้อาจจะเลือกดีไซน์ตามความชอบของเจ้าของบ้านกันได้เลย เพราะจะช่วยให้คุณรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง 4. เรื่องของงบประมาณก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรเลือกชุดรับแขกประมาณดี 5. ดูที่คุณภาพของสินค้าประกอบด้วยว่าคุ้มกับราคาที่ตั้งไว้หรือไม่ ลองพิจารณาเลือกจากคำแนะนำด้านบน เพื่อให้คุณได้ชุดรับแขกที่ถูกใจและคุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป

วิธีเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

Published on :

เครื่องฟอกอากาศกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากในอากาศมักจะปนเปื้อนด้วยสารพิษและเชื่อโรคต่างๆ มากขึ้น สำหรับหลักการทำงานเครื่องนี้จะมีหน้าที่ในการดักจับฝุ่นและควันไม่ให้หลุดลอดเข้ามาภายในห้องได้นั่นเอง เหมาะสำหรับติดตั้งในบ้านเรือนและสำนักงานรวมไปถึงในห้องที่มีค่อนข้างอับและมีฝุ่นละอองจำนวนมาก จริงๆ แล้วเครื่องฟอกอากาศจะมีหลักการทำงานทั่วไปคล้ายกับเครื่องปรับอากาศ แต่หน้าที่แตกต่างกัน สำหรับการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศนั้นสามารถพิจารณาได้ดังนี้ 1. ราคาต้องเหมาะสมกับฟังก์ชั่นการใช้งาน ดูได้จากปริมาตรอากาศเป็นลูกบาศก์ฟุตต่อนาที และระบบการรวมฝุ่นไฟฟ้าสถิตเทียบที่ปริมาตรอากาศต่ำสุด 2. ดูในเรื่องของอะไหล่และค่าบำรุงรักษาไม่ว่าจะเป็น ราคาของแผ่นกรองไฟฟ้าสถิต, ราคาแผ่นกรองละเอียด และราคาเข็มยิงประจุ เป็นต้น ให้เทียบกับอายุการใช้งานว่านานขนาดไหน เพราะค่าบำรุงรักษาเครื่องฟอกอากาศบางยี่ห้อ เมื่อใช้ไปนานๆ อาจสูงกว่าราคาตัวเครื่องที่ซื้อใหม่ 3. เลือกฟังชั่นการทำงานให้เหมาะกับการใช้งาน หรือมลภาวะภายในห้อง เช่น – อากาศเป็นแก๊ส การดักจับที่มีประสิทธิภาพต้องเป็นระบบแอคทิเวเทท หรือ อิมเพรคนาเทท ชาร์โคลล์ – อากาศเป็นอนุภาค ให้เลือกระบบเติมประจุ หรือแบบแผ่นกรองไฟฟ้าสถิต ที่ช่วยรวบรวมฝุ่นไฟฟ้าสถิต และเอพ้าฟิลเตอร์ 4. ขนาดของตัวเครื่องต้องเหมาะกับปริมาณความเข้มข้นของมลภาวะในอากาศ ถ้ายังไม่แน่ใจในการเลือกควรขอคำแนะนำจากพนักงานขาย หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถช่วยให้อากาศภายในบ้านดีขึ้นอย่างที่คุณต้องการ

เลือกโต๊ะกลางให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน

Published on :

โต๊ะกลางจะเป็นโต๊ะที่ส่วนใหญ่แล้วเราจะตั้งไว้ระหว่างเฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขก เพื่อไว้ว่างของต่างๆ เช่น หนังสืออ่านเล่น แจกันดอกไม้ และถ้าเวลาแขกมาก็อาจไว้สำหรับวางแก้วน้ำหรือของทานเล่นไปพร้อมๆ กัน ถือได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าของบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรเลือกให้สวยลงตัว สำหรับวิธีการเลือกคุณสามารถพิจารณาได้ดังนี้ 1. ขนาด เลือกให้มีความพอดีกับชุดรับแขกไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป รวมไปถึงดูขนาดพื้นที่ห้องประกอบกันด้วย 2. รูปแบบ ปัจจุบันมีดีไซน์ออกมาหลายรูปแบบให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ สำหรับเรื่องนี้ให้พิจารณาด้วยว่าในบ้านมีเด็กเล็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงหรือเปล่า ถ้ามีควรเลือกรูปแบบโต๊ะให้มีรูปทรงกลมมน จะดีกว่าแบบที่มีแหง่มุม เพื่อป้องกันเด็กเล็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงวิ่งชน รวมไปถึงควรเลือกแบบที่ไม่แตกหักง่าย และมีความคงทนพอสมควร 3. มาดูในเรื่องของวัสดุที่ใช้ทำโต๊ะกลาง ส่วนใหญ่จะนิยมแบบที่ทำจากไม้และกระจก ถ้าเลือกไม้ให้เลือกเป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะจะสามารถวางแก้วน้ำได้ และถ้าน้ำหกเลอะเทอะไม้ก็จะไม่บวมหรือเสียรูปทรง แต่ถ้าเป็นกระจกคุณก็สามารถวางสิ่งต่างๆ ได้ตามต้องการและยังทำความสะอาดได้ง่ายกว่า 4. สีสันถ้าอยากให้กลมกลืนให้เลือกเป็นสีเดียวกลับชุดรับแขก แต่ถ้าอยากให้ดูโดดเด่นก็เลือกแบบที่มีสีสันตัดกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้โต๊ะกลางที่สวยคงทนถูกใจ และยังเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างลงตัว